เปิด 10 ขั้นตอนพิธีการเผาศพเข้าใจง่าย สำหรับเจ้าภาพมือใหม่ />

24/02/2026

ทั่วไป

เป็นเรื่องที่ปกติมากเพราะไม่ได้เกิดเหตุการณ์นี้ในชีวิตประจำวันค่ะ เจ้าภาพมือใหม่ส่วนใหญ่มักจะมีความกังวลใจ เรื่องลำดับพิธีการเผาศพและขั้นตอนทางกฎหมายที่มีความซับซ้อนท่ามกลางสภาวะที่โศกเศร้า บทความนี้เราจึงได้รวบรวม 10 ขั้นตอนการดำเนินการพิธีเผาศพตั้งแต่การแจ้งเสียชีวิตไปจนถึงพิธีการวันฌาปนกิจไว้อย่างครบถ้วน เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถบริหารจัดการงานศพให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหมาะสม และถูกต้องตามหลักความเชื่อ

ถามทางเจ้าหน้าที่วัดประจำศาลาสวดที่เราจองไว้ การเตรียมงานจะได้ถูกต้องทุกประการ  รู้ค่าใช้จ่ายทันที

สารบัญ: ขั้นตอนพิธีการเผาศพเข้าใจง่าย

แจ้งการเสียชีวิตและเตรียมร่าง

เตรียมพิธีรดน้ำศพ

เตรียมสวดพระอภิธรรม

10 ขั้นตอนวันฌาปนกิจที่เจ้าภาพควรรู้

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับเจ้าภาพ

ภาพงานพิธี

ก่อนพิธีเผาศพต้องทำอะไรบ้าง

ขั้นตอนการดำเนินการก่อนพิธีเผาศพ เมื่อมีผู้เสียชีวิตจะประกอบด้วยกระบวนการทางกฎหมายและการเตรียมความพร้อมด้านพิธีกรรม ซึ่งควรปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการและประเพณีทางศาสนา ดังนี้

แจ้งการเสียชีวิตและเตรียมร่าง 

เมื่อมีผู้เสียชีวิต สิ่งแรกที่ต้องจัดการคือเรื่องเอกสารตามกฎหมายและการเตรียมร่างกายผู้เสียชีวิตให้พร้อม เพื่อให้เราสามารถจัดงานศพในขั้นตอนต่อไปได้อย่างถูกต้องและเรียบร้อย

ถ้าไม่มีเอกสารการเสียชีวิตจากทางราชการทางวัดไม่รับเผานะคะ

  1. แจ้งการเสียชีวิต : แจ้งที่สำนักทะเบียนอำเภอ สำนักทะเบียนท้องถิ่น การเสียชีวิตที่โรงพยาบาลแพทย์จะออกใบรับรองแพทย์แสดงเหตุการเสียชีวิต เพื่อนำไปขอใบมรณบัตร กรณีเสียชีวิตที่บ้าน ต้องแจ้งผู้ใหญ่บ้านหรือสถานีตำรวจท้องที่ภายใน 24 ชั่วโมง
  2. เอกสารที่ต้องใช้ : บัตรประชาชนผู้แจ้ง บัตรประชาชนผู้เสียชีวิต และสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่ผู้ตายมีชื่ออยู่
  3. ขอใบมรณบัตร : หลังจากนั้นนำเอกสาร พร้อมบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้เสียชีวิต ไปแจ้งที่สำนักทะเบียนท้องถิ่น (ที่ทำการเขตหรืออำเภอ)
  4. ติดต่อวัด : เมื่อจัดการเอกสารครบถ้วนแล้ว ก็ให้ติดต่อไปยังวัดใกล้บ้าน โดยแจ้งศาลาที่ต้องการจอง นิยมเป็น 3, 5 หรือ 7 คืน นัดหมายเวลาเคลื่อนศพ และนัดแนะเรื่องรถรับส่งศพ (สามารถติดต่อรถส่งศพจากร้านดอกไม้หรือบริการรับจัดงานศพได้)
  5. การเตรียมร่าง : หากจัดงานหลายคืน ควรติดต่อฉีดน้ำยารักษาสภาพศพ (ฟอร์มาลีน) และเตรียมชุดที่ผู้เสียชีวิตชื่นชอบเพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยเปลี่ยนให้ มีราคาไม่แพง

ตัวอย่างหนังสือรับรองการตาย ท.ร.4/1

ตัวอย่างหนังสือรับรองการตาย ท.ร.4/1

ท.ร.4/1 ใบที่ออกโดยแพทย์ ส่วน ท.ร.4 คือออกจากหน่วยงานทางปกครองที่ไม่ใช่โรงพยาบาลคือเราไปแจ้งค่ะ

เตรียมพิธีรดน้ำศพ 

หลังจากผ่านขั้นตอนแรกไปแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือพิธีรดน้ำศพ มักนิยมช่วงเย็น ประมาณ 16.00-17.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ญาติและแขกจะมาร่วมแสดงความอาลัยและเคารพผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าหน้าที่ประจำศาลาจะจัดการให้อยู๋แล้ว แต่หากจัดงานสถานที่ไม่ใช่วัดต้องไปยื้มจากที่วัดมาก่อนแล้วจัดการเองโดยเตรียมอุปกรณ์และสถานที่ให้พร้อม เพื่อให้คนที่มาร่วมงานทำพิธีได้อย่างสะดวก เช่น

  1. อุปกรณ์พิธี : ขันใส่น้ำสะอาดผสมน้ำอบดอกไม้สด ขันรองน้ำรดศพ และพานใส่พวงมาลัย
  2. การจัดสถานที่ : เตรียมโต๊ะหมู่บูชา พระพุทธรูป และโต๊ะตั้งศพสำหรับรดน้ำ (โดยให้แขกรดที่มือด้านขวาของผู้เสียชีวิต)
  3. ของที่ระลึก : หากมีแขกผู้ใหญ่จำนวนมาก อาจเตรียมของที่ระลึกเล็กน้อยสำหรับขอบคุณผู้มาร่วมงานในวันแรก
  4. ลำดับการรดน้ำ : ลูกหลานรดน้ำก่อนเพื่ออำนวยความสะดวกแขก และให้ผู้อาวุโสสูงสุดเป็นคนรดน้ำศพปิดท้ายพิธี (แต่หากในความเป็นจริง ผู้ใหญ่อาวุโสเป็นคนรดน้ำก่อน ต่อมาจึงเป็นลูกหลาน ญาติ ๆ และคนใกล้ชิดน้อยที่สุดปิดท้ายพิธีค่ะ)
  5. จัดศพลงหีบหรือโลง : นิมนต์พระสงฆ์ 1 รูป (หรือตามเจตนารมณ์) เพื่อสวดบังสุกุล เจ้าภาพทอดผ้าบังสุกุลเพื่อให้พระท่านพิจารณาผ้า เป็นการอุทิศส่วนกุศล

เตรียมสวดพระอภิธรรม

การสวดพระอภิธรรมในแต่ละคืน คือการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับตามประเพณี ซึ่งเจ้าภาพต้องเตรียมของถวายพระและเตรียมต้อนรับแขกที่มาร่วมฟังพระสวดให้เรียบร้อย ซึ่งในช่วงนี้แขกอาจมีการนำพวงหรีดรูปแบบต่าง ๆ มาแสดงความอาลัย เจ้าหน้าที่วัดจะจัดพื้นที่รองรับให้เอง หรือเจ้าภาพก็ดูว่าเป็นพวงหรีดใครมามอบให้ควรอยู่ตำแหน่งไหนที่หน้าพิธี สามารถจัดย้ายได้เองตามความเหมาะสมหรือบอกเจ้าหน้าที่ได้ค่ะ

บทสวดพระอภิธรรมศพ (สำหรับการปลง...ปล่อยวาง)  จรัส อินทร์คง (สติ สมาธิ ปัญญา)

ควรใส่ซองให้เจ้าหน้าประจำศาลาเป็นน้ำใจจะทำให้งานราบลื่นเป็นอย่างมาก(เป็นคำพูดจริงจากเจ้าหน้าที่ที่คุ้นเคยกัน บางครั้งไม่ได้หรือได้เพียง 100 บาทต่อ 3 คืน ใจเค้าใจเรานะคะ) ซึงนอกเหนือจากค่าบำรุงศาลาวัดที่ต้องจ่ายอยู่ก่อนแล้ว

  1. นิมนต์พระ : โดยทั่วไปจะนิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป เพื่อสวดพระอภิธรรม จะเป็นพระจากวัดเดียวกันหรือต่างวัดก็ได้ตามสะดวก
  2. จัดเตรียมเครื่องถวาย : ผ้าสบง หรือผ้าไตร เครื่องไทยธรรม/สังฆทาน ปัจจัยถวายพระ (ใส่ซองตามกำลังศรัทธา)
  3. ภัตตาหารและน้ำปานะ : เตรียมอาหารสำหรับถวายเพล (หากสวดช่วงเช้า) หรือเตรียมน้ำปานะ/อาหารว่างเลี้ยงแขกที่มาฟังสวดในช่วงค่ำ
  4. เจ้าภาพ : จัดเตรียมลำดับรายชื่อเจ้าภาพในแต่ละคืน เพื่อแจ้งให้สัปเหร่อหรือพิธีกรทราบ หากมีเจ้าภาพหลายท่านอาจมีการรวบเป็นเจ้าภาพร่วมได้ตามเหมาะสม

10 ขั้นตอนวันฌาปนกิจที่เจ้าภาพควรรู้

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีสวดพระอภิธรรมตามลำดับแล้ว วันฌาปนกิจหรือพิธีเผาศพถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการร่วมส่งผู้วายชนม์สู่สุคติเป็นครั้งสุดท้าย โดยอาจมีลำดับขั้นตอนต่างกันได้ตามแต่ละพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่พิธีการเบื้องต้น มักประกอบไปด้วยรายละเอียด ดังนี้

1. การนิมนต์พระสวดมาติกา-บังสุกุล

เริ่มจากการนิมนต์พระสงฆ์ตามจำนวนที่กำหนดเพื่อสวดบทมาติกา เป็นบทที่เกี่ยวกับการพิจารณาธรรมเกี่ยวกับความไม่เที่ยงแท้ของสังขาร จากนั้นเจ้าภาพจะลาดผ้าภูษาโยงเพื่อให้พระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุลและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ พิธีกรรมนี้ถือเป็นการสร้างกุศลทักษิณานุปทานครั้งสุดท้ายก่อนเริ่มพิธีฌาปนกิจตามประเพณีทางศาสนาพุทธ

2. การเลี้ยงภัตตาหารเพลหรือน้ำปานะ

เจ้าภาพมักจะมีการจัดเตรียมภัตตาหารคาวหวาน (ขึ้นอยู่กับความสะดวก) เพื่อถวายพระสงฆ์ในช่วงเวลาก่อนเที่ยงวัน หรือจัดเตรียมน้ำปานะกรณีเป็นพิธีในช่วงบ่าย รวมถึงจัดเตรียมอาหารหรือน้ำดื่มเพื่อต้อนรับและขอบคุณแขกที่เดินทางมาร่วมไว้อาลัย มักเน้นความสะอาดของพื้นที่ ความสะดวกในการรับรอง และความเหมาะสมตามจำนวนของผู้เข้าร่วมพิธี

3. การเคลื่อนศพเวียนเมรุ

เจ้าพนักงานหรือสัปเหร่อจะนำขบวนเคลื่อนโลงศพออกจากศาลาตั้งศพเพื่อเวียนรอบเมรุในทิศซ้าย (อุตตราวัฏ) จำนวน 3 รอบ โดยมีพระสงฆ์เดินนำหน้า ตามด้วยผู้ถือกระถางธูป รูปถ่าย และเครือญาติที่ร่วมเดินในขบวนด้วยความสงบสำรวม การเวียนเมรุเปรียบเสมือนการระลึกถึงพระรัตนตรัยและการแสดงความไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนนำขึ้นสู่เชิงตะกอน

4. การเชิญโลงศพขึ้นสู่เมรุ

เมื่อครบกำหนดการเวียนซ้าย 3 รอบเมรุแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเชิญโลงศพขึ้นตั้งบนจิตกาธานหรือจุดที่กำหนดไว้บนเมรุ เจ้าภาพจะจัดวางรูปถ่าย พวงมาลัย และเครื่องประดับตกแต่งหน้าเมรุให้มีความสวยงามและสมเกียรติแก่ผู้ล่วงลับ จากนั้นจะเปิดโอกาสให้แขกที่มาร่วมงานได้เริ่มเตรียมตัวเข้าสู่ช่วงพิธีเผาศพและการทอดผ้าไตรบังสุกุลลำดับถัดไป

5. การทอดผ้าบังสุกุล

ประธานในพิธีและแขกผู้ใหญ่ที่ได้รับเชิญจะขึ้นสู่เมรุเพื่อวางผ้าไตรหรือผ้าบังสุกุลบนพานที่จัดเตรียมไว้หน้าโลงศพ พระสงฆ์จะพิจารณาผ้าบังสุกุลทีละรูปตามลำดับเพื่อเป็นการสวดส่งดวงวิญญาณและให้คติธรรมแก่ผู้ที่ยังอยู่ เจ้าภาพควรจัดเตรียมรายชื่อผู้ทอดผ้าให้ชัดเจนตามลำดับความอาวุโสและตำแหน่งหน้าที่เพื่อความถูกต้องตามกาลเทศะ

6. การอ่านประวัติผู้ล่วงลับ (ไม่ต้องอ่านก็ได้)

ตัวแทนครอบครัวหรือพิธีกรจะดำเนินการอ่านประวัติโดยย่อของผู้ล่วงลับ ซึ่งประกอบด้วยประวัติส่วนตัว ผลงาน และคุณงามความดี เป็นการประกาศเกียรติคุณและระลึกถึงความทรงจำที่มีค่าเพื่อเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตแก่บุตรหลานและผู้ร่วมงาน ขั้นตอนนี้มักปิดท้ายด้วยการกล่าวขอบคุณแขกที่มาสละเวลามาร่วมงานศพและร่วมไว้อาลัยให้แก่ครอบครัว

7. พิธีวางดอกไม้จันทน์

ประธานในพิธีจะเริ่มวางดอกไม้จันทน์เป็นลำดับแรก (ตรงนี้สำคัญอย่าเขียนชื่อตำแหน่งหน้าที่การงานผิดนะคะจะทำให้พิธีประกาศผิด) ตามด้วยพระสงฆ์และแขกผู้มาร่วมงานทุกคนตามลำดับ เป็นการแสดงความเคารพและอำลาผู้ล่วงลับด้วยดอกไม้ที่ทำจากไม้จันทน์ซึ่งมีกลิ่นหอมและเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ โดยอาจมีการนำพวงหรีดดอกไม้จันทน์มาใช้ในการวางได้ โดยระหว่างเดินผ่านโลงศพ ผู้ร่วมงานมักจะสำรวมเพื่อส่งดวงวิญญาณให้ไปสู่สุคติในภพภูมิที่ดี

8. พิธีเผาศพจริง (ฌาปนกิจ)

หลังจากแขกส่วนใหญ่เดินทางกลับแล้ว ครอบครัวและญาติสนิทจะร่วมกันในพิธีเผาจริงซึ่งมักเลือกเวลาตามความสะดวกของเจ้าภาพ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการจุดไฟเพื่อสลายร่างตามหลักศาสนา (ขึ้นอยู่กับบริการของทางวัด) โดยมีพระสงฆ์สวดพิจารณาหน้าไฟอีกครั้งหนึ่ง เป็นขั้นตอนที่สะท้อนถึงกฎไตรลักษณ์ในการดับสลายของรูปกาย เหลือไว้เพียงคุณธรรมและความดีที่เคยได้กระทำไว้

9. การเก็บอัฐิ (ในวันรุ่งขึ้น)

ในเช้าวันถัดมาหลังจากพิธีฌาปนกิจเสร็จสิ้น ญาติจะมารวมตัวกันที่หน้าเมรุเพื่อทำพิธีเก็บอัฐิและเถ้าถ่าน โดยมักนิมนต์พระ 3 รูปมาบังสุกุลอัฐิ จากนั้นบรรจุลงในโกศหรือภาชนะที่เตรียมไว้ ส่วนอัฐิที่เหลือและขี้เถ้าจะถูกรวบรวมเพื่อนำไปทำพิธีลอยอังคารหรือเก็บรักษาไว้ตามเจตนารมณ์ของครอบครัว สถานที่ที่นิยมไปลอยอังคาร เช่น ท่าเรือปากเกร็ด วัดแคนอก บางปะกง หรือกองขนส่งฐานทัพเรือสัตหีบถ้าชอบทะเลจะมีเรือคอยบริการ

10. ทำบุญครบรอบ 7 วัน

เจ้าภาพจัดเตรียมสถานที่นิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์และสวดมาติกาบังสุกุลเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ มีการถวายภัตตาหารคาวหวาน เครื่องไทยธรรม และกรวดน้ำรับพรเพื่อส่งต่อบุญกุศลตามความเชื่อทางศาสนา พิธีนี้ถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ญาติพี่น้องและเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้วายชนม์ในวาระแรก

นอกจากพิธีการข้างต้นแล้ว ตามประเพณีนิยมมักมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลต่อเนื่องเพื่อระลึกถึงผู้ล่วงลับ โดยอาจเลือกเป็นการทำบุญครบรอบ 50 วัน ทำบุญครบรอบ 100 วัน หรือทำบุญประจำทุกปี ในส่วนนี้จะขึ้นอยู่กับความสะดวกของเจ้าภาพ

ที่สำคัญหลังเสร็จสิ้นพิธีการเผาศพ เจ้าภาพมักจะมีการจัดแจงสิ่งของต่าง ๆ ที่ใช้ในงาน โดยส่วนใหญ่พวงหรีดที่ได้รับจากผู้มาร่วมแสดงความอาลัย นอกเหนือจากพวงหรีดดอกไม้สดนอกนั้นพวงหรีดที่ใช้ประโยชน์ต่อได้หากไม่นำไปใช้งานเองก็สามารถนำไปบริจาคให้กับวัด โรงเรียน หรือสถานที่ซึ่งมีความต้องการใช้งาน 

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับเจ้าภาพ

นอกเหนือจากการดำเนินพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว การบริหารจัดการองค์ประกอบอื่น ๆ ภายในงานถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เจ้าภาพควรคำนึงถึงเพื่อให้งานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เช่น

  • ดอกไม้หน้าศพ : ปัจจุบันนิยมใช้ดอกไม้ประดิษฐ์ (ดอกไม้ปลอม) บางวัดจะมีให้ใช้ เพราะนอกจากจะราคาถูกกว่าดอกไม้สดหลายเท่าตัวแล้วราคาเริ่มต้น 7 กอประมาณ 5,000 บาท ข้อดีไม่เหี่ยวเฉาตลอดระยะเวลาการสวดหลายคืน บางร้านมีบริการให้เช่าซึ่งจะประหยัดงบได้
  • จำนวนคืนสวดพระอภิธรรม : มักเลือกเป็นการสวด 3 - 5 คืน เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารเลี้ยงแขก ค่าเช่าศาลา และค่าปัจจัยถวายพระ โดยยังคงความครบถ้วนตามประเพณี ไม่มากหรือน้อยเกินไป
  • คนช่วยงาน : ควรมีพิธีกร (มัคทายก) ช่วยดำเนินพิธีการ และเจ้าหน้าที่วัดดูแลความเรียบร้อยของศาลา รวมไปถึงคนที่ช่วยดูแลความเรียบร้อยภายในงาน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านงานพิธี
  • สายด่วน 1548 (สำนักบริหารการทะเบียน) : สำหรับปรึกษาปัญหาทะเบียนราษฎร์ เช่น กรณีเอกสารผู้ตายสูญหาย การแจ้งตายเกิน 24 ชั่วโมง การขอใบมรณบัตรใหม่ หรือการย้ายชื่อผู้วายชนม์ออกจากทะเบียนบ้าน (ติดต่อได้ในวันและเวลาราชการ หรือ www.bora.dopa.go.th) หรือคู่มือจากเวปkalyanamitra.org คู่มือจัดงานบำเพ็ญกุศลและสลายร่าง

บทความเก่าของเรางานศพ งานฌาปนกิจศพ 9 ขั้นตอน

ตอบคำถามที่อาจจะสงสัย

ระยะเวลาในการแจ้งตาย ควรแจ้งตายภายในกี่วัน?

แจ้งภายใน 24 ชั่วโมงหลังมีผู้เสียชีวิตและไม่เกิน 7 วันในบางกรณี

ควรสวดกี่วัน

ส่วนใหญ่สวด 3 วันค่ะ การสวดเกินกว่านี้ส่วนใหญ่ผู้เสียเป็นคนมีชื่อเสียงหรืออายุเยอะ ๆ

อาหารเลี้ยงแขกมีข้อห้ามไหม

มี , ยึดถือกันนานว่าไม่ควรเป็นเส้นยาว ๆ เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยวแค่นี้ค่ะ แต่ก๋วยจั๊บได้เห็นมีบางงานใช้เลี้ยงแขก ในปัจจุบันนิยมขนมกล่องกัน ทำให้ไม่ต้องใช้ครัวที่วัดทำอาหารกันสะดวกดีค่ะ

ทำบุญ 100 วัน จำเป็นไหม

คนไทยส่วนทำกันนะคะ

สรุป

การจัดพิธีศพให้เหมาะสมนั้น เริ่มจากการจัดการด้านเอกสารและเตรียมความพร้อมของร่างผู้วายชนม์ ก่อนเข้าสู่ช่วงการสวดพระอภิธรรมและการฌาปนกิจที่มีขั้นตอนละเอียดอ่อน ตั้งแต่การเวียนเมรุไปจนถึงการเก็บอัฐิและลอยอังคาร ซึ่งเจ้าภาพสามารถบริหารจัดการงบประมาณและพิธีการให้เรียบง่ายแต่ครบถ้วนตามประเพณีได้ด้วยการเตรียมตัวที่ดีและการประสานงานร่วมกับทางวัด

อ่านความเชื่อและพิธีกรรมทางศาสนาพุทธในการจัดงานศพของไทยทั้งสี่ภาค